เนื่องในโอกาสที่เราเพิ่งฉลองเทศกาลไหว้พระจันทร์ (ซึ่งบังเอิญเป็น “วันใบไม้” ตามปฏิทินไบโอไดนามิก) มาลองพิจารณาคำถามชวนคิดกันดูว่า: พระจันทร์เกี่ยวอะไรกับไวน์บ้าง? สำหรับผู้ผลิตไวน์แบบไบโอไดนามิก พระจันทร์มีความเกี่ยวข้องกับไวน์ทุกประการ เพราะพวกเขาจะเฝ้าดูช่วงที่ดวงจันทร์ขึ้นและเต็มดวง เพื่อใช้ตัดสินใจว่าจะดูแลเถาองุ่นอย่างไร กล่าวโดยย่อคือ ผู้ผลิตไวน์แบบไบโอไดนามิกจะยึดตามพระจันทร์แทนดวงอาทิตย์ และด้วยวิธีนี้ พวกเขาเชื่อว่าจะช่วยเสริมสร้างสายสัมพันธ์ระหว่าง “ทุกสิ่งทุกอย่าง” – มนุษย์ ธรรมชาติ ดิน สิ่งมีชีวิตทั้งหมดที่อาศัยอยู่ในไร่องุ่น – หรือก็คือ “เทอรัวร์” นั่นเอง นอกจากการปฏิบัติตามปฏิทินจันทรคติแล้ว พวกเขายังหลีกเลี่ยงการใช้สารเคมีในไร่องุ่น และเตรียมสารไบโอไดนามิกประเภทต่าง ๆ สำหรับทำปุ๋ยหมัก ป้องกันศัตรูพืชและโรคพืช ฯลฯ
ทุกวันนี้ ผู้ผลิตไวน์แบบไบโอไดนามิกหันมาน้อมรับแนวคิดด้านเกษตรกรรมองค์รวมจากทศวรรษ 1920 ที่วางรากฐานโดย ดร.รูดอล์ฟ สไตเนอร์ ด้วยเหตุผลหลายประการ ได้แก่ เพื่อเสริมสร้างสุขภาพของดินและความหลากหลายทางชีวภาพ เพื่อลดการใช้สารเคมีในการทำเกษตร และท้ายที่สุดคือเพื่อผลิตไวน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์เทอรัวร์ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น มีความบริสุทธิ์ของผลไม้สูง และมีศักยภาพด้านความซับซ้อน ผู้บุกเบิกแนวทางนี้เริ่มมาตั้งแต่ช่วงทศวรรษ 1980 เมื่อผู้ผลิตยุคแรกอย่าง นิโกลาส โฌลี เริ่มปรับเปลี่ยนมาสู่การทำไร่องุ่นแบบไบโอไดนามิก ในแคว้นเบอร์กันดี เลอแฟลฟ์ ถือเป็นหนึ่งในผู้ผลิตกลุ่มแรกที่ทำไวน์แบบไบโอไดนามิกตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1990 ปัจจุบันไวน์เนอรีทั่วโลก – ตั้งแต่ผู้ผลิตที่มุ่งสร้างไวน์ระดับยอดของภูมิภาคหรือของโลก ไปจนถึงผู้ผลิตไวน์สำหรับดื่มสบาย ๆ ในชีวิตประจำวัน – ต่างก็หันมาปรับใช้แนวทางไบโอไดนามิกกันมากขึ้น
นับถึงปี 2017 การผลิตไวน์แบบไบโอไดนามิกทั่วโลกมีไร่องุ่นที่ได้รับการรับรอง Biodynamic® แล้ว 639 แห่ง โดยมีจำนวนมากที่สุดอยู่ในฝรั่งเศส (~300 แห่ง) และอิตาลี (>70 แห่ง) พื้นที่ปลูกองุ่นรวมราว ๆ 11,000 เฮกตาร์ โดยฝรั่งเศสมีพื้นที่ 4,700 เฮกตาร์ ทำให้เป็นประเทศที่มีการปลูกองุ่นแบบไบโอไดนามิกแพร่หลายที่สุด มาร่วมสำรวจไวน์เหล่านี้กับเราบน WWX กันเถอะ และนี่คือเคล็ดลับเล็ก ๆ ในการแยกแยะไวน์ที่ผลิตแบบไบโอไดนามิก: มองหาฉลากหรือสัญลักษณ์รับรองเพิ่มเติม เช่น Demeter หรือ Biodyvin
ในฐานะผู้ดื่ม เราจะปฏิบัติตามปรัชญาไบโอไดนามิกได้อย่างไร? คุณสามารถทำได้โดยเลือก “วันดื่ม” ตามวัฏจักรของวันดอกไม้ วันราก วันผล และวันใบ โดยส่วนใหญ่จะแนะนำให้ดื่มในวันดอกไม้ โดยเฉพาะไวน์สไตล์หอมหวลอย่างพิโนต์ นัวร์ หรือรีสลิง เพื่อให้ได้สัมผัสบุคลิกด้านกลิ่นหอมของไวน์อย่างเต็มที่ วันผลจะเหมาะกับการดื่มไวน์ที่มีความบริสุทธิ์ของผลไม้ยอดเยี่ยม และมักถือเป็นวันที่เหมาะแก่การดื่มไวน์แทบทุกประเภท ส่วนวันรากและวันใบนั้นถือว่าไม่เหมาะนักสำหรับการดื่มไวน์ เพราะเชื่อกันว่าไวน์จะมีลักษณะนิ่งและปิดตัวมากกว่า ปล่อยให้เป็น “วันพักดื่ม” บ้างก็คงไม่เลวใช่ไหมล่ะ
อยากรู้ไหมว่าวันนี้เป็นวันผล วันดอกไม้ วันราก หรือวันใบ? คลิกดูได้ที่ลิงก์นี้ โปรดทราบด้วยว่าวันตามจันทรคติจะไม่ได้จบลงเวลาเที่ยงคืนเหมือนวันปกติของเรา คุณจะเห็นได้จากปฏิทินไบโอไดนามิกว่าบางวันจะมี “สองธาตุ” อยู่ในวันเดียวกัน โดยคั่นด้วยช่วงเวลาที่ระบุไว้ตรงกลาง
วันนี้เราจะนำเสนอ 2 ผู้ผลิตชั้นนำจากฝรั่งเศส: เลอแฟลฟ์ และ ซินด์ ฮุมเบรชต์ ซึ่งเหมาะมากสำหรับการดื่มในวันผลและวันดอกไม้ หากคุณสนใจสำรวจผู้ผลิตไวน์แบบไบโอไดนามิกเพิ่มเติม นี่คือตัวอย่างอื่น ๆ: ในโลกใหม่ – เซนยา (Sena), คัลเลน (Cullen), เฟลตัน โรด (Felton Road), คายูส (Cayuse); และในโลกเก่า – นิโคลาโฮฟ (Nikolahof), โดเมน เดอ ลา ซูฟร็องดิแยร์ (Domaine de la Soufrandiere), โดเมน เดอ ลา วูเฌอเรย์ (Domaine de la Vougeraie), กัสตง อูเอต์ (Gaston Huet), โดเมน ติสโซต์ (Domaine Tissot), สเตลลา ดิ คัมปัลโต (Stella di Campalto) (ที่เราเพิ่งนำเสนอไปเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว) ฌักส์ เซลอสส์ (Jacques Selosse) และอีกหลายราย
ย้อนกลับ
Blog